"ผ่าตัดส่องกล้องทางนรีเวช" แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว ดูแลโดยสูตินรีแพทย์เฉพาะทาง โรงพยาบาลพริ้นซ์ อุบลราชธานี
การ “ผ่าตัดส่องกล้องทางนรีเวช” (Gynecologic Laparoscopic Surgery)
การผ่าตัดส่องกล้องทางนรีเวช (Gynecologic Laparoscopic Surgery) คือ วิธีผ่าตัดรักษาความผิดปกติของอวัยวะสืบพันธุ์และอวัยวะภายในอุ้งเชิงกรานของผู้หญิง เช่น มดลูก รังไข่ และท่อนำไข่ โดยใช้กล้องขนาดเล็กและเครื่องมือผ่าตัดชนิดพิเศษ แทนการผ่าตัดเปิดแผลขนาดใหญ่บริเวณหน้าท้อง
วิธีการผ่าตัด แพทย์จะเจาะแผลขนาดเล็กบริเวณหน้าท้อง โดยส่วนใหญ่มักเริ่มจากบริเวณสะดือ ขนาดประมาณ 0.5–1 เซนติเมตร เพื่อสอดกล้องขนาดเล็กเข้าไปภายในช่องท้อง กล้องจะส่งภาพอวัยวะภายในไปแสดงบนจอภาพ ทำให้แพทย์สามารถมองเห็นรายละเอียดของอวัยวะต่าง ๆ ได้อย่างชัดเจน
จากนั้นแพทย์จะเจาะแผลขนาดเล็กเพิ่มเติมอีกประมาณ 2–3 แผล ขนาดแผลละประมาณ 0.5 เซนติเมตร เพื่อสอดเครื่องมือผ่าตัดชนิดพิเศษเข้าไปใช้ในการรักษา โดยแพทย์จะมองภาพจากจอแสดงผลและควบคุมเครื่องมือเพื่อทำการผ่าตัดตามตำแหน่งที่ต้องการ
การผ่าตัดส่องกล้องมีข้อดี คือ แผลผ่าตัดมีขนาดเล็กกว่าการผ่าตัดเปิดหน้าท้องในกรณีที่สามารถใช้วิธีนี้ได้ อาจช่วยลดอาการเจ็บแผล ลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อ และช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วขึ้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของโรคและความซับซ้อนของการผ่าตัด
หลังผ่าตัดส่องกล้อง ต้องพักฟื้นกี่วัน?
หลังการผ่าตัด เมื่อผู้ป่วยรู้สึกตัวดี ไม่มีอาการคลื่นไส้หรืออาเจียน แพทย์อาจอนุญาตให้เริ่มรับประทานอาหารอ่อนได้ตามความเหมาะสม รวมถึงรับประทานยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการหลังผ่าตัด
เมื่อร่างกายพร้อมและไม่มีอาการเวียนศีรษะ ผู้ป่วยสามารถเริ่มลุกนั่งและเดินได้ตามคำแนะนำของทีมรักษา โดยทั่วไปผู้ป่วยอาจกลับบ้านได้ภายในประมาณ 1–3 วันหลังผ่าตัด ขึ้นอยู่กับอาการหลังผ่าตัด ชนิดของการผ่าตัด และการประเมินของแพทย์
การผ่าตัดส่องกล้องทางนรีเวชเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการรักษาโรคของมดลูก รังไข่ และอวัยวะภายในอุ้งเชิงกรานของผู้หญิง โดยใช้กล้องขนาดเล็กและเครื่องมือผ่าตัดเฉพาะทางผ่านแผลขนาดเล็กบริเวณหน้าท้อง แทนการผ่าตัดเปิดหน้าท้องแบบดั้งเดิม

ข้อดีของการผ่าตัดส่องกล้องทางนรีเวช มีอะไรบ้าง?
1. แผลผ่าตัดมีขนาดเล็ก
การผ่าตัดส่องกล้องจะเปิดแผลบริเวณหน้าท้องประมาณ 3–4 จุด โดยแต่ละแผลมีขนาดประมาณ 0.5–1 เซนติเมตร ทำให้มีแผลผ่าตัดขนาดเล็กกว่าการผ่าตัดเปิดหน้าท้องในหลายกรณี
2. อาจช่วยลดอาการเจ็บปวดหลังผ่าตัด
เนื่องจากแผลผ่าตัดมีขนาดเล็กและมีการรบกวนเนื้อเยื่อบริเวณหน้าท้องน้อยลง ผู้ป่วยจึงอาจมีอาการปวดแผลหลังผ่าตัดน้อยกว่าการผ่าตัดเปิดหน้าท้อง และสามารถควบคุมอาการปวดได้ด้วยยาแก้ปวดตามความเหมาะสม
3. ลุกเดินและกลับไปทำกิจวัตรประจำวันได้เร็วขึ้น
หลังผ่าตัด ผู้ป่วยที่มีอาการคงที่และไม่มีภาวะแทรกซ้อน มักสามารถเริ่มลุกนั่งและเดินได้ภายในวันแรกหลังผ่าตัด ช่วยให้สามารถดูแลตัวเองและทำกิจวัตรประจำวันได้สะดวกขึ้น
4. ใช้เวลาพักฟื้นในโรงพยาบาลไม่นาน
ผู้ป่วยส่วนใหญ่อาจพักรักษาตัวในโรงพยาบาลประมาณ 1–3 วัน ขึ้นอยู่กับชนิดและความซับซ้อนของการผ่าตัด รวมถึงอาการหลังผ่าตัด ก่อนกลับไปพักฟื้นต่อที่บ้านตามคำแนะนำของแพทย์
5. อาจกลับไปทำงานได้เร็วขึ้น
เมื่อเทียบกับการผ่าตัดเปิดหน้าท้อง ผู้ป่วยที่ผ่าตัดผ่านกล้องบางรายอาจใช้เวลาพักฟื้นสั้นกว่า โดยระยะเวลาการกลับไปทำงานขึ้นอยู่กับลักษณะงาน สุขภาพร่างกาย และประเภทของการผ่าตัด ซึ่งบางรายอาจใช้เวลาพักฟื้นประมาณ 1–2 สัปดาห์
6. ลดโอกาสเกิดพังผืดในช่องท้องในบางกรณี
การผ่าตัดผ่านกล้องมีการเปิดแผลและรบกวนเนื้อเยื่อบริเวณหน้าท้องน้อยกว่าการผ่าตัดเปิดหน้าท้องในหลายกรณี จึงอาจช่วยลดโอกาสเกิดพังผืดในช่องท้องได้ อย่างไรก็ตาม ยังมีโอกาสเกิดพังผืดและภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ หลังผ่าตัดได้เช่นกัน
ทั้งนี้ การผ่าตัดส่องกล้องอาจไม่ได้เหมาะกับผู้ป่วยทุกคน แพทย์จะพิจารณาจากชนิดของโรค ขนาดและตำแหน่งของก้อนเนื้อ ประวัติการผ่าตัด รวมถึงสุขภาพโดยรวม เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย
ข้อจำกัดของการผ่าตัดส่องกล้องทางนรีเวช มีอะไรบ้าง?
แม้ว่าการผ่าตัดส่องกล้องทางนรีเวชจะมีข้อดีหลายด้าน เช่น แผลผ่าตัดขนาดเล็ก เจ็บแผลน้อย และอาจช่วยให้ฟื้นตัวได้เร็วขึ้น แต่การผ่าตัดด้วยวิธีนี้ไม่ได้เหมาะกับผู้ป่วยทุกคน เพราะยังมีข้อจำกัดบางประการที่ต้องพิจารณาก่อนเข้ารับการผ่าตัด
1. ไม่เหมาะกับผู้ป่วยที่มีก้อนเนื้อขนาดใหญ่มากในบางกรณี
ผู้ป่วยที่มีเนื้องอกมดลูกหรือก้อนเนื้อในอุ้งเชิงกรานขนาดใหญ่มาก เช่น มากกว่า 15 เซนติเมตร อาจมีข้อจำกัดในการผ่าตัดผ่านกล้อง เนื่องจากพื้นที่ในการมองเห็นและการใช้เครื่องมือผ่าตัดมีจำกัด
2. ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวบางชนิดต้องได้รับการประเมินเป็นพิเศษ
การผ่าตัดส่องกล้องส่วนใหญ่จำเป็นต้องใช้การดมยาสลบ และมีการเติมก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไปในช่องท้องเพื่อช่วยให้แพทย์มองเห็นอวัยวะภายในได้ชัดเจน จึงอาจส่งผลต่อระบบหายใจและระบบไหลเวียนโลหิต
ผู้ป่วยที่มีโรคหัวใจ โรคปอด หรือโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจบางชนิด จึงจำเป็นต้องได้รับการประเมินความพร้อมก่อนผ่าตัดจากแพทย์และวิสัญญีแพทย์ เพื่อพิจารณาว่าสามารถผ่าตัดด้วยวิธีนี้ได้อย่างปลอดภัยหรือไม่
3. ผู้ป่วยที่มีพังผืดในช่องท้องหรืออุ้งเชิงกรานมาก
พังผืดในช่องท้องเป็นเนื้อเยื่อที่เกิดขึ้นหลังการอักเสบ การติดเชื้อ หรือการผ่าตัดในช่องท้องมาก่อน ทำให้อวัยวะภายในบางส่วนยึดติดกันผิดปกติ
ผู้ป่วยที่เคยผ่าตัดช่องท้องหลายครั้ง หรือเคยมีประวัติติดเชื้อและอักเสบในช่องท้องหรืออุ้งเชิงกราน อาจมีพังผืดมากกว่าปกติ ส่งผลให้การใช้กล้องและเครื่องมือผ่าตัดทำได้ยากขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของอวัยวะใกล้เคียงในระหว่างผ่าตัด
4. ต้องอาศัยแพทย์ที่มีประสบการณ์ด้านการผ่าตัดส่องกล้อง
การผ่าตัดส่องกล้องทางนรีเวชต้องอาศัยทักษะเฉพาะทาง เนื่องจากแพทย์ต้องควบคุมเครื่องมือผ่าตัดผ่านแผลขนาดเล็ก พร้อมมองภาพอวัยวะภายในผ่านจอแสดงผล จึงจำเป็นต้องมีความรู้ การฝึกฝน และประสบการณ์ในการผ่าตัดผ่านกล้อง
นอกจากนี้ ทีมวิสัญญีแพทย์และบุคลากรที่เกี่ยวข้องยังมีบทบาทสำคัญในการดูแลผู้ป่วยให้ได้รับการผ่าตัดอย่างเหมาะสมและปลอดภัย

ผ่าตัดส่องกล้องทางนรีเวช ผู้หญิงสามารถทำได้ทุกคนไหม?
คำตอบ คือ ไม่ใช่ผู้ป่วยทุกคนที่จะสามารถเข้ารับการผ่าตัดส่องกล้องได้ แพทย์จะประเมินจากชนิดของโรค ขนาดและตำแหน่งของก้อนเนื้อ ประวัติการผ่าตัด โรคประจำตัว และสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วยก่อนเสมอ
ในบางกรณีแพทย์อาจเลือกการผ่าตัดเปิดหน้าท้อง หรือปรับเปลี่ยนวิธีผ่าตัดระหว่างการรักษา หากพบว่าการผ่าตัดผ่านกล้องไม่เหมาะสมหรืออาจเพิ่มความเสี่ยงต่อผู้ป่วย โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับแรก
ดังนั้น หากกำลังวางแผนผ่าตัดเนื้องอกมดลูก ถุงน้ำรังไข่ หรือโรคทางนรีเวชอื่น ๆ ควรปรึกษาสูตินรีแพทย์ เพื่อประเมินและเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับตัวเอง
โรคทางนรีเวชที่สามารถรักษาด้วยการผ่าตัดส่องกล้องได้
การผ่าตัดส่องกล้องทางนรีเวชเป็นวิธีการรักษาที่สามารถใช้กับโรคและความผิดปกติของอวัยวะสืบพันธุ์สตรีได้หลายชนิด ทั้งมดลูก รังไข่ และท่อนำไข่ โดยแพทย์จะพิจารณาเลือกวิธีผ่าตัดตามชนิดของโรค อาการ และความเหมาะสมของผู้ป่วยแต่ละราย
โรคทางนรีเวชของผู้หญิงที่อาจรักษาด้วยการผ่าตัดส่องกล้อง ได้แก่
1. อาการปวดท้องน้อยเรื้อรัง (Chronic Pelvic Pain)
ผู้หญิงที่มีอาการปวดท้องน้อยเรื้อรังโดยไม่ทราบสาเหตุ อาจมีความผิดปกติภายในอุ้งเชิงกราน เช่น พังผืดในช่องท้อง เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ หรือความผิดปกติของรังไข่ แพทย์อาจพิจารณาใช้การส่องกล้องเพื่อตรวจหาสาเหตุและรักษาความผิดปกติที่พบตามความเหมาะสม
2. เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis)
เป็นภาวะที่เนื้อเยื่อคล้ายเยื่อบุโพรงมดลูกไปเจริญอยู่บริเวณอื่นนอกมดลูก เช่น รังไข่หรือเยื่อบุช่องท้อง ทำให้เกิดอาการปวดประจำเดือนมาก ปวดท้องน้อยเรื้อรัง หรือมีบุตรยากในบางราย การผ่าตัดส่องกล้องอาจช่วยตัดเลาะเนื้อเยื่อที่ผิดปกติและพังผืดได้
3. เนื้องอกมดลูกและเนื้องอกรังไข่ (Uterine Fibroids and Ovarian Tumors)
เนื้องอกมดลูกและก้อนเนื้อบริเวณรังไข่อาจทำให้เกิดอาการปวดท้องน้อย ประจำเดือนมามาก ท้องอืด หรือรู้สึกแน่นท้อง การผ่าตัดส่องกล้องอาจใช้เพื่อนำก้อนเนื้อออก หรือรักษาความผิดปกติของอวัยวะที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาด ตำแหน่ง และลักษณะของก้อนเนื้อ
4. การตั้งครรภ์นอกมดลูก (Ectopic Pregnancy)
เป็นภาวะที่ตัวอ่อนฝังตัวอยู่นอกโพรงมดลูก โดยส่วนใหญ่มักเกิดบริเวณท่อนำไข่ ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องน้อยและเลือดออกผิดปกติ การผ่าตัดส่องกล้องเป็นหนึ่งในวิธีรักษาที่แพทย์อาจเลือกใช้ ขึ้นอยู่กับอาการและความรุนแรงของผู้ป่วย
5. การทำหมันหญิง (Female Sterilization)
เป็นวิธีคุมกำเนิดแบบถาวร โดยแพทย์จะทำให้ท่อนำไข่ไม่สามารถลำเลียงไข่ไปพบกับอสุจิได้ตามปกติ ซึ่งสามารถทำผ่านการผ่าตัดส่องกล้องได้
6. การรักษาภาวะมีบุตรยากบางกรณี (Infertility Treatment)
ความผิดปกติของท่อนำไข่และพังผืดในอุ้งเชิงกรานอาจเป็นหนึ่งในสาเหตุของภาวะมีบุตรยาก แพทย์อาจพิจารณาผ่าตัดส่องกล้องเพื่อรักษาความผิดปกติ เช่น การเลาะพังผืด หรือการผ่าตัดท่อนำไข่ในบางกรณี ทั้งนี้การตัดท่อนำไข่และการผ่าตัดซ่อมแซมท่อนำไข่เป็นคนละวิธี และต้องพิจารณาผลต่อโอกาสการตั้งครรภ์ร่วมด้วย
7. ความผิดปกติของมดลูกและโพรงมดลูก
ความผิดปกติภายในมดลูก เช่น พังผืดในโพรงมดลูก หรือความผิดปกติบางชนิดที่ส่งผลต่อการมีบุตร อาจต้องได้รับการรักษาด้วยการผ่าตัด โดยแพทย์จะเลือกใช้การส่องกล้องผ่านหน้าท้อง หรือการส่องกล้องผ่านโพรงมดลูก (Hysteroscopy) ตามตำแหน่งและลักษณะของความผิดปกติ

การดูแลตัวเองหลังผ่าตัดส่องกล้องทางนรีเวช
หลังผ่าตัดส่องกล้องทางนรีเวช การดูแลตัวเองอย่างเหมาะสมมีส่วนช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวและลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน โดยมีข้อแนะนำดังนี้
1. ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์
รับประทานยา ดูแลแผลผ่าตัด และปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด รวมถึงหลีกเลี่ยงการยกของหนักหรือออกกำลังกายหนักจนกว่าแพทย์จะอนุญาต
2. รับประทานอาหารและดื่มน้ำให้เพียงพอ
เมื่อแพทย์อนุญาตให้รับประทานอาหารได้ ควรเริ่มจากอาหารที่เหมาะสมกับสภาพร่างกาย และดื่มน้ำให้เพียงพอหากไม่มีข้อจำกัดด้านสุขภาพ พร้อมทั้งไม่ควรกลั้นปัสสาวะเป็นเวลานาน
3. เริ่มลุกเดินและเคลื่อนไหวร่างกายตามความเหมาะสม
เมื่อร่างกายพร้อม ควรเริ่มลุกนั่งและเดินเบา ๆ ตามคำแนะนำของทีมรักษา การเคลื่อนไหวร่างกายอย่างเหมาะสมช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือด ลดความเสี่ยงของการเกิดลิ่มเลือด และช่วยให้ระบบขับถ่ายกลับมาทำงานได้ดีขึ้น
4. สังเกตอาการผิดปกติหลังผ่าตัด
หากมีอาการปวดท้องรุนแรงขึ้น มีไข้สูง แผลผ่าตัดบวมแดงหรือมีหนอง เลือดออกทางช่องคลอดมากผิดปกติ อาเจียนต่อเนื่อง หรือมีอาการหายใจลำบาก ควรรีบติดต่อโรงพยาบาลหรือเข้ารับการตรวจทันที
5. มาตรวจติดตามผลตามนัด
ควรกลับมาตรวจร่างกายและติดตามผลการรักษาตามวันและเวลาที่แพทย์นัด เพื่อประเมินการฟื้นตัว ตรวจดูแผลผ่าตัด และวางแผนการดูแลสุขภาพในระยะต่อไป

ผลข้างเคียงและภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัดส่องกล้อง มีอะไรบ้าง?
แม้ว่าการผ่าตัดส่องกล้องทางนรีเวชจะเป็นวิธีผ่าตัดที่มีแผลขนาดเล็ก แต่ยังมีโอกาสเกิดผลข้างเคียงและภาวะแทรกซ้อนได้เช่นเดียวกับการผ่าตัดทั่วไป โดยอาการที่อาจพบหลังผ่าตัด ได้แก่
1. ปวดบริเวณหัวไหล่หรือบ่า
หลังผ่าตัดผู้ป่วยบางรายอาจรู้สึกปวดตึงหรือหน่วงบริเวณหัวไหล่ โดยเฉพาะช่วงไหล่ข้างใดข้างหนึ่ง เกิดจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ใช้ระหว่างผ่าตัดกระตุ้นบริเวณกะบังลม ทำให้เกิดอาการปวดร้าวไปยังหัวไหล่ได้ อาการมักค่อย ๆ ดีขึ้นภายในไม่กี่วัน และสามารถบรรเทาได้ด้วยยาแก้ปวดตามคำแนะนำของแพทย์
2. อาการปวดบริเวณแผลผ่าตัด
อาจมีอาการเจ็บ ตึง หรือระบมบริเวณแผลผ่าตัดในช่วงแรก ซึ่งมักค่อย ๆ ลดลงเมื่อร่างกายฟื้นตัว
3. คลื่นไส้หรืออาเจียนหลังผ่าตัด
อาจเกิดจากผลของยาสลบหรือยาแก้ปวดบางชนิด โดยส่วนใหญ่มักดีขึ้นหลังได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม
4. ภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัด
แม้จะพบไม่บ่อย แต่ยังมีความเสี่ยง เช่น เลือดออก การติดเชื้อ การบาดเจ็บต่ออวัยวะใกล้เคียง เช่น ลำไส้ กระเพาะปัสสาวะ หรือหลอดเลือด รวมถึงภาวะแทรกซ้อนจากการดมยาสลบ
ทั้งนี้ ความเสี่ยงในการผ่าตัดขึ้นอยู่กับสุขภาพของผู้ป่วย ชนิดของโรค ความซับซ้อนของการผ่าตัด และปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
ก่อนตัดสินใจผ่าตัดส่องกล้องทางนรีเวช ควรเตรียมตัวอย่างไร?
การผ่าตัดทุกชนิดมีความเสี่ยงและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน ก่อนตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัด ผู้ป่วยควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคที่เป็น วิธีการรักษา ข้อดี ข้อจำกัด และภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น
สิ่งสำคัญคือการปรึกษาสูตินรีแพทย์ เพื่อประเมินสุขภาพและเลือกวิธีผ่าตัดที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย รวมถึงสอบถามข้อสงสัยเกี่ยวกับการเตรียมตัวก่อนผ่าตัดและการดูแลตัวเองหลังผ่าตัด
เพราะการเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสม ไม่ได้พิจารณาเพียงขนาดของแผลผ่าตัด แต่ต้องคำนึงถึงประสิทธิภาพการรักษาและความปลอดภัยของผู้ป่วย
เรียบเรียงโดย : นพ.ทวีชัย จำรัสธนสาร - สูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา การผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช รพ.พริ้นซ์ อุบลราชธานี
ศูนย์การรักษาที่เกี่ยวข้อง
