ไวรัส RSV ภัยร้ายคล้ายไข้หวัด แต่รุนแรงกว่า!
ทำความรู้จักเชื้อไวรัส RSV วายร้ายระบบทางเดินหายใจ
RSV (Respiratory Syncytial Virus) เป็นเชื้อไวรัสตัวร้ายที่ก่อให้เกิดโรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกวัย ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ โดยมักจะแพร่ระบาดอย่างหนักในช่วง "ฤดูฝน" ติดต่อได้อย่างไร? เชื้อไวรัส RSV สามารถเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายๆ ผ่านทางตา จมูก และปาก ผ่าน 2 ช่องทางหลัก ดังนี้ การสูดดม: ได้รับฝอยละอองจากการไอ หรือจามของผู้ป่วยโดยตรง การสัมผัส: สัมผัสสิ่งแวดล้อมหรือสิ่งของที่ปนเปื้อนสารคัดหลั่ง แล้วมาจับใบหน้า โดยเชื้อไวรัสนี้สามารถมีชีวิตอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นานหลายชั่วโมง และอยู่บนมือของเราได้นานถึง 30 นาที ข้อแนะนำ: ผู้ปกครองควรเน้นย้ำและฝึกให้บุตรหลานล้างมือบ่อยๆ เพื่อตัดวงจรการแพร่กระจายของเชื้อ
อาการแบบไหน...คือสัญญาณเตือน?
ในกลุ่มผู้ใหญ่วัยทำงานหรือเด็กโต อาการมักจะไม่รุนแรงและคล้ายกับไข้หวัดธรรมดา เช่น มีน้ำมูกไหล ไอ จาม หรือมีไข้ต่ำๆ
แต่! ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษในกลุ่มเสี่ยงสูง ได้แก่
1.เด็กเล็กที่อายุน้อยกว่า 1 ปี 2.ทารกที่คลอดก่อนกำหนด 3.เด็กที่มีโรคประจำตัว (เช่น โรคปอดเรื้อรัง โรคหัวใจ หรือภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง)
สัญญาณอันตราย! ที่ต้องรีบมาพบแพทย์ทันที
หากกลุ่มเสี่ยงหรือเด็กเล็กมีอาการรุนแรงลุกลามจนกลายเป็น หลอดลมฝอยอักเสบ หรือปอดบวม จะมีสัญญาณเตือนดังต่อไปนี้
- ไข้สูง และไอแบบมีเสมหะ
- หายใจหอบจนอกบุ๋ม หายใจแรง หรือหายใจลำบาก
- มีเสียงวี้ดขณะหายใจ
- มีอาการซึมลง หรือริมฝีปาก/ผิวเริ่มเปลี่ยนเป็นสีพิมพ์เขียว (ขาดออกซิเจน)
- ไอหนักมากจนอาเจียน ไม่สามารถรับประทานอาหารหรือนมได้
คำแนะนำสำหรับคุณพ่อคุณแม่: อาการของ RSV สามารถเปลี่ยนแปลงได้เร็วมาก จึงควรสังเกตอาการของลูกน้อยอย่างใกล้ชิด หากพบสัญญาณอันตรายแม้เพียงข้อเดียว ควรรีบพามาพบแพทย์โดยด่วนเพื่อความปลอดภัย
ศูนย์การรักษาที่เกี่ยวข้อง
